Uncategorized

ปโตเลมี ผู้ศึกษากลุ่มดาว

 

การศึกษาเรื่องดวงดาวและตำนานกลุ่มดาวในยุคแรกเริ่มนั้น เป็นเพียงเรื่องเล่าข้างกองไฟในยามค่ำคืน ไม่มีการรวบรวมอย่างเป็นระบบ แม้แต่ในยุคสมัยของโฮเมอร์กวีผู้ลือชื่อชาวกรีก ก็เพียงแต่แทรกเรื่องเล่าของกลุ่มไว้ในมหากาพย์ชื่อดังอย่างอีเลียดและโอดิสซีรย์เท่านั้น จนกระทั่งช่วงยุคแรกเริ่มของคริสตศักราช นักปราชญ์ชาวกรีกคนหนึ่ง ชื่อ ปโตเลมี ได้รวบรวมความรู้เกี่ยวกับกลุ่มดาวจากสถานที่ต่างๆมาเขียนเป็นหนังสือ และแบ่งกลุ่มดาวไว้ 48 กลุ่ม หนังสือของเขากลายมาเป็นตำราสำหรับนักดาราศาสตร์ในยุคต่อมา ถึงแม้ว่าภายหลังจะมีนักดาราศาสตร์อย่างคอร์เปอร์นิคัส และกาลิเลโอมาพิสูจน์ว่าทฤษฆีของปโตเลมี ที่บอกว่าโลกเป็นศูนย์กลางจักวาลนั้นผิด แต่ทฤฆฎีนี้ถูกยอมรับเป็นเวลานานถึง 1400 ปีเลยทีเดียว ใน ค.ศ. 1930 องค์การดาราศาสตร์นานาชาติได้จัดระเบียบกลุ่มดาวอีกครั้ง และ จัดกลุ่มดาวฤกษ์ไว้ 88 กลุ่มพร้อมกำหนดชื่อเรียกและเขตของกลุ่มดาวไว้อย่างละเอียด ถึงแม้ทฤษฎีของปโตเลมีจะถูกหักล้างโดยนักดาราศาสตร์รุ่นหลังๆ ไปมากแล้ว แต่ก็ถือว่าปโตเลมีเป็นผู้เริ่มต้นหลายๆ แนวคิดให้คนรุ่นหลังนำมาต่อยอดได้ ส่วนการศึกษาเกี่ยวกับกลุ่มดาวก็มักจะเป็นแบบนี้ นั่นคือเมื่อมีสิ่งใหม่ถูกค้นพบ ทฤษฎีที่เราเคยเข้าใจกันอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ปัจจุบันถึงยังมีการั้นพบกลุ่มดาวใหม่อยู่เรื่อยๆ ไงละ

แวะคุยกันก่อน

ใครเคยเงยหน้าค้นหาหมู่ดาวรูปต่างๆ บนท้องฟ้าในยามค่ำคืนกันบ้าง หลายคนอาจจะเคยแต่หารูปดาวกันไม่ค่อยจะได้ เพราะจริงๆ แล้วไม่รู้ว่ามีตัวอะไรอยู่บนฟ้าบ้างใช่ม้า คราวนี้พี่ฟ็อกซ์ก็จะมาช่วยรวบรวมเหล่าเรื่องราวของกลุ่มดาวแต่ละกลุ่มให้อ่านกัน เวลาชมดาวบนท้องฟ้า จะได้รู้สึกคุ้นเคยกันจนจำได้ยังไง ใครชอบตำนานเทพเจ้า ตำนานโบราณ และดาวดาวทั้งหลาย ก็ต้องบอกเลยว่าเรื่องเล่าของดวงดาวเนี่ยสนุกสุดๆ เพราะมักจะมีเทพเจ้าคอยเอาสัตว์ตัวโน้นของสิ่งนี้โดยขึ้นไปประดับบนฟากฟ้ากันเป็นประจำเลย จะว่าไปเหล่าเทพเจ้าทั้งหลายก็เป็นตัวป่วนดีๆนี่เอง พี่ฟ็อกซืกี้แอบกระซิบว่า ถ้าอยากอ่านให้สนุกมากขึ้นต้องอ่านตำนานเทพเจ้า กรกไปด้วยกันนะ เพราะเหล่าเทพกรีกเนี่ยล่ะที่มักจะเสด็จจากสรวงสวรรค์โอลิมปัสมาก่อเรื่องกันเป็นประจำเลย

เรื่องเล่าจากดวงดาว

            ย้อนกลับไปเมื่อหลายพันปีก่อน ในสมัยที่มนุษย์ยังไม่มีไฟฟ้าที่คอยส่องสว่างยามค่ำคืน ไร้ซึ่งเข้มทิสในการบอกทิศทาง คนโบราณต้องพึ่งพาสรรพสิ่งรอบตัวในการดำรงชีวิต แถมต้องเป็นสิ่งที่ถาวรไม่เปลี่ยนแปลงไปอีกด้วย นั่นก็คือดวงดาวที่ทอประกายระยิบระยับอยู่บนฟากฟ้า ดวงดาวเหล่านี้ แท้จริงแล้วก็คือกลุ่มดาวฤกษ์ในกาแล้กซี่อื่นๆ คนโบราณเชื่อว่า ดาวเหล่านี้ล้วนลอยอยู่รอบๆโลกและได้แบ่งดาวออกเป็นกลุ่มๆ จินตนาการให้กลายเป็นสิ่งรอบตัวตามแต่ละวัมนธรรมเพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ เช่น กลุ่มดาวคันไถ กลุ่มดาวปู กลุ่มดาวแมงป่อง ฯลฯ กลุ่มดาวได้ถูกใช้เป็นเครื่องหลายในการบอกทิศทาง ทั้งดาวเหนือและกลุ่มดาวกางเขนใต้คอยชี้นำทิศเหนือและใต้ให้แก่นักเดินทาง กลุ่มดาวหมีใหญ่คอยบอกช่วงเวลาที่ผ่านไปในแต่ละชั่วโมง หรือกลุ่มดาวจักรราศรีบ่งบอกช่วงเวลาในแต่ละปีที่ผ่านไป การจดจำกลุ่มดาวต่างๆ จึงกลายเป็นเรื่องสำคัญมากต่อการดำรงชีวิตของคนโบราณ ผู้เฒ่าผู้แก่จึงถ่ายทอดความสำคัยของกลุ่มดาวผ่านเรื่องเล่าและตำนานต่างๆ แก่เด้กๆ ให้สนุกสนานไปพร้อมกับการจดจำและเรียรู้ จนกลายมาเป็นหนึ่งในวิถีชีวิตที่แสนสำคัญของชนโบราณ มีหลักฐานการบันทึกถึงเรื่องเล่าของหมู่ดาวมากมายเป็นพันๆ ชิ้นทั่วโลก ทั้งชาวไวกิ้งที่ต้องใช้ดวงดาวในการเดินเรือชาวอินเดียแดงในทวิปปอเมริกา หรือแม้กระทั่งชาวเอเชียเองก็ล้วนมีเรื่องเล่าพื้นบ้านในรูปแบบของตนเองกันทั้งนั้น

ปโตเลมี ผู้ศึกษากลุ่มดาว

            การศึกษาเรื่องดวงดาวและตำนานกลุ่มดาวในยุคแรกเริ่มนั้น เป็นเพียงเรื่องเล่าข้างกองไฟในยามค่ำคืน ไม่มีการรวบรวมอย่างเป็นระบบ แม้แต่ในยุคสมัยของโฮเมอร์กวีผู้ลือชื่อชาวกรีก ก็เพียงแต่แทรกเรื่องเล่าของกลุ่มไว้ในมหากาพย์ชื่อดังอย่างอีเลียดและโอดิสซีรย์เท่านั้น จนกระทั่งช่วงยุคแรกเริ่มของคริสตศักราช นักปราชญ์ชาวกรีกคนหนึ่ง ชื่อ ปโตเลมี ได้รวบรวมความรู้เกี่ยวกับกลุ่มดาวจากสถานที่ต่างๆมาเขียนเป็นหนังสือ และแบ่งกลุ่มดาวไว้ 48 กลุ่ม หนังสือของเขากลายมาเป็นตำราสำหรับนักดาราศาสตร์ในยุคต่อมา ถึงแม้ว่าภายหลังจะมีนักดาราศาสตร์อย่างคอร์เปอร์นิคัส และกาลิเลโอมาพิสูจน์ว่าทฤษฆีของปโตเลมี ที่บอกว่าโลกเป็นศูนย์กลางจักวาลนั้นผิด แต่ทฤฆฎีนี้ถูกยอมรับเป็นเวลานานถึง 1400 ปีเลยทีเดียว ใน ค.ศ. 1930 องค์การดาราศาสตร์นานาชาติได้จัดระเบียบกลุ่มดาวอีกครั้ง และ จัดกลุ่มดาวฤกษ์ไว้ 88 กลุ่มพร้อมกำหนดชื่อเรียกและเขตของกลุ่มดาวไว้อย่างละเอียด ถึงแม้ทฤษฎีของปโตเลมีจะถูกหักล้างโดยนักดาราศาสตร์รุ่นหลังๆ ไปมากแล้ว แต่ก็ถือว่าปโตเลมีเป็นผู้เริ่มต้นหลายๆ แนวคิดให้คนรุ่นหลังนำมาต่อยอดได้ ส่วนการศึกษาเกี่ยวกับกลุ่มดาวก็มักจะเป็นแบบนี้ นั่นคือเมื่อมีสิ่งใหม่ถูกค้นพบ ทฤษฎีที่เราเคยเข้าใจกันอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ปัจจุบันถึงยังมีการั้นพบกลุ่มดาวใหม่อยู่เรื่อยๆ ไงละ

Bookmarks